ชุดแซกผ้าไทยอันทรงคุณค่า ผ้าไหมยกดอก แห่งจังหวัดลำพูน

ชุดแซกผ้าไทยอันทรงคุณค่า ผ้าไหมยกดอก แห่งจังหวัดลำพูน

ลำพูน เป็นจังหวัดที่เก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ เดิมมีชื่อว่า นครหริภุญชัย เป็นจังหวัดที่มีกลุ่มคนชาติพันธุ์ที่หลากหลายที่สุดในภาคเหนือ ฉะนั้นแล้วย่อมเกิดการแลกเปลี่ยนและการรับอิทธิพลกันมาในหลายๆด้าน รวมไปถึงด้านของลวดลายผ้านั่นเอง

ผ้าไหมยกดอก ของดีจังหวัดลำพูนนั้นมีความหมายดังนี้ “ผ้ายก” หมายถึง ผ้าไหมที่ทอยกลวดลายให้นูนสูงขึ้นกว่าผืนผ้า โดยเลือกยกบางเส้นและข่มบางเส้น แล้วพุ่งกระสวยไปในระหว่างกลางด้วยดิ้นเงินหรือดิ้นทอง ซึ่งเทคนิคในการทอยกให้เกิดลวดลายนี้เรียกว่า เทคนิคการยกดอก ผ้ายกเป็นผ้าโบราณที่อดีตใช้ในคุ้มเจ้าหรือในพระราชสำนักเท่านั้น ผ้าไหมยกดอก มีความหมายเดียวกับผ้ายก ต่างกันที่การใช้ไหมพุ่งอาจจะใช้เส้นไหมสีต่างๆ แทนเส้นดิ้นในการทอผ้า คำว่า “ยกดอก” นั้นเพื่อบ่งบอกถึงเทคนิคที่ใช้ทอผ้าและบ่งบอกถึงลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดลำพูนที่เป็นลวดลายดอกไม้ เช่น ลายดอกพิกุล ดังนั้นจึงเรียกว่า “ผ้าไหมยกดอก” หรือ “ผ้าไหมยกดอก ลำพูน”  การประดิษฐ์ลวดลายนั้น ผ้ายกลำพูนนับว่าเป็นศิลปะการทอผ้าที่มีลวดลายงดงามมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง มีรูปแบบลวดลายที่อ่อนช้อยงดงามของธรรมชาติ เป็นเรื่องราวของดอกไม้ ใบไม้ เช่น ลายดอกพิกุล ลายกลีบลำดวน ลายใบเทศ ลายเม็ดมะยม และลายพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำลวดลายธรรมชาติเหล่านี้ประยุกต์เข้ากับลายไทยต่างๆ ตามจินตนาการของผู้ออกแบบ สำหรับลวดลายที่เป็นลายโบราณดั้งเดิมและยังได้รับความนิยมในปัจจุบันซึ่งมีการนำลวดลายเหล่านี้มาดัดแปลงเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

หากใครกำลังมองหาชุดแซกผ้าไทยใส่ไปงานหรือวันพิเศษในชีวิตของคุณนั้นรับรองได้ว่าคุณจะตัดสินใจไม่ผิดแน่นอนหากคุณเลือกที่สวมใส่ผ้าไหมยกดอกของดีจังหวัดลำพูน ปัจจุบันผู้ผลิตได้พัฒนาคุณภาพให้มีความหลากหลายของลวดลายและสีสัน สามารถนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าโดยนิยมใช้สวมใส่ในโอกาสพิเศษต่างๆ หรือจะเป็นเสื้อผ้าใส่ไปทำงานหรือสวมใส่ในชีวิตประจำวันก็ได้อีกด้วย

 

 

ชุดแซกผ้าลูกไม้ สามารถใส่ไปงานอะไรได้บ้าง

ชุดแซกผ้าลูกไม้ สามารถใส่ไปงานอะไรได้บ้าง

การแต่งกายออกงานถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และเป็นเรื่องที่คนไทยควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนั่นถือเป็นการแสดงออกที่สื่อถึงกาลเทศะที่ดี และความเคารพ การให้เกียรติในงาน วันนี้จึงมีบทความที่จะมาบอกว่า ชุดแซกผ้าลูกไม้ที่เรามีติดบ้านกันอยู่เนี่ย สามารถใส่ไปงานอะไรได้บ้าง และเหมาะสมกับงานใดบ้าง อย่ารอช้า ไปดูกันเลย

  1. งานแต่งงาน

แน่นอนว่างานแต่งงานเป็นงานที่เน้นไปที่ความสวยงาม และการแต่งกายไปงานแต่งงานต้องดูสดใส และให้เกียรติเจ้าของงาน ดังนั้นชุดแซกผ้าลูกไม้จึงสามารถตอบโจทย์การออกงานได้เป็นอย่างดี โดยเราควรเลือกชุดแซกผ้าลูกไม้ที่เป็นชุดที่เป็นสีขาว สีชมพู หรือสีในโทนสดใส เพื่อเป็นการให้เกียรติ และแสดงออกถึงความเคารพในงานนั้นๆ

  1. งานบวชต่างๆ

งานบวชนาคหมู่ งานบวชเพื่อน ควรใส่ชุดแซกผ้าลูกไม้ไปอย่างยิ่ง แน่นอนว่าเป็นการให้เกียรติกับเจ้าของงาน และยังช่วยให้ความสัมพันธ์ของเรากับเจ้าของงานนั้นเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นด้วย โดยชุดแซกผ้าลูกไม้ที่ดี ที่ควรเลือกใส่ไปในงานนี้นั้น ก็คล้ายๆ กับงานแต่งงาน

  1. งานทำบุญ

เอาเข้าจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญแบบไหนก็ตาม ชุดแซกผ้าลูกไม้สามารถตอบโจทย์ในการทำงานได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ควรระวังคือ ความมิดชิดในการแต่งกาย เพราะคนในปัจจุบันไม่ค่อยให้ความสำคัญในการแต่งกายให้เหมาะสมเท่าไรนัก คือบางคนใส่ชุดแซกจริง แต่เป็นแซกลูกไม้ที่เปิดอก เปิดไหล่ นั่นก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควร ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

  1. งานอวมงคล

ไม่ใช่ว่าชุดแซกผ้าลูกไม้จะสามารถใส่ไปงานมงคลได้อย่างเดียว ชุดแซกยังสามารถใส่ไปงานอวมงคล เช่น งานศพ ได้อีกด้วย โดยแน่นอนว่าสีของชุดควรระเป็นสีดำ และการแต่งกายต้องปกปิดมิดชิด เพื่อความสบายใจของตัวเราเอง และคนอื่นๆ ถ้าใครไม่นิยมสีดำ ก็อาจจะใส่สีขาวไปก็ได้ แล้วก็หาเสื้อกันหนาวสีดำคลุมไป เพื่อความเรียบร้อย และการให้เกียรติ

แต่งสวยสมวัยไปงานบวช

ไม่ว่าในยุคสมัยไหนคนไทยผู้ที่ได้ชื่อว่านับถือศาสนาพุทธก็ต้องมีเหตุให้ได้ไปงานบวชกันเป็นเรื่องปกติ  ทั้งนี้การแต่งตัวให้สวยสมหน้าสมตาทั้งตนเองและเจ้าภาพล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นทั้งสิ้น  เพราะถือว่าเป็นการให้เกียรติกันอย่างสูงสุดอย่างหนึ่งเลยทีเดียวนอกเหนือจากการเข้าร่วมงานบวช  โดยการแต่งตัวไปงานประเภทนี้มักนิยมใช้ผ้าไทยในการตัดชุดเพื่อไปร่วมงานเป็นหลัก  ซึ่งผ้าไทยนี้ถ้าไม่แต่งให้ดีก็จะดูแก่และล้าสมัย  วันนี้เราจึงมีข้อแนะนำดีๆเอให้แต่งตัวสวยด้วยผ้าไทยแต่ไม่เอ๊าท์มาฝากกัน

 

วิธีแต่งตัวไปงานบวชให้สวยสมกับวัยและไม่เอ๊าท์มีดังนี้

  1. เลือกสีผ้าที่สดใส

หากต้องใส่ผ้าไทยแต่ไม่อยากแก่กว่าวัยในงานบวช  เราขอแนะนำให้คุณเลือกผ้าสีสดใสเพื่อนนำมาตัดชุด  โดยเลือกโทนสีที่เหมาะกับสีผิวของคุณด้วย  หากคุณมีผิวขาวคุณสามารถใส่ผ้าไทยได้ทุกสีไม่มีปัญหา  แต่ถ้าคุณมีสีผิวออกโทนคล้ำเราอยากให้คุณใช้ผ้าโทนสีที่เป็นกึ่งร้อนกึ่งเย็นจะทำให้คุณสวยขึ้น  เช่น  ชมพูโอรส  ฟ้าน้ำทะเล  หรือสีม่วง

  1. ตัดเย็บชุดแบบร่วมสมัย

เพียงเลือกแบบเสื้อผ้าไปงานบวชที่คุณชอบแล้วใช้ผ้าไทยตัด  ให้เสื้อเป็นสีพื้นเข้าไว้แล้วตัวกระโปรงมีลวดลายเชิงผ้าเท่านี้ก็สวยเกินใคร

  1. เลือกใส่รองเท้าที่มีส้นเล็กน้อย

ใส่รองเท้าที่มีส้นเล็กน้อยประมาณ1.5-2นิ้วขึ้นไปเมื่อคุณต้องใส่ชุดผ้าไทย  จะทำให้คุณดูสูงโปร่งขึ้นและไม่ทำให้ดูแก่

ชุดไทยพระราชนิยม ชุดประจำชาติแห่งความภูมิใจในความเป็นคนไทย

 

ชุดไทยพระราชนิยมนั้นถือเป็นชุดประจำชาติของไทย  เป็นชุดแห่งความภูมิใจในความเป็นคนไทย  โดยชุดไทยพระราชนิยมหรือชุดไทยพระราชทานนี้เป็นชุดไทยที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9  ทรงมีพระราชนิยมในการใช้ผ้าไทยมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์  ตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงเป็น ม.ร.ว.สิริกิตติ์ กิตติยากร

เมื่อครั้นถึงคราวที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ในขณะนั้น) ทรงพระกรุณา ฯ ประกาศหมั้นกับม.ร.ว.สิริกิตติ์ กิตติยากร      ในกาลนั้นได้มีนักหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นชาวต่างชาติขอสัมภาษณ์ และพระองค์ก็ทรงได้ให้สัมภาษณ์ว่า จะสนับสนุนและส่งเสริมการแต่งกายที่เป็นแบบไทย

ในครั้งที่เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9  ยังคงเป็นพระคู่หมั้นได้ใช้ผ้าไทยและซิ่นไทยอยู่อย่างสม่ำเสมอ   โดยเฉพาะชุดเนื่องในพระราชพิธีอภิเษกสมรส ก็ทรงใช้ชุดไทยที่ตัดเย็บด้วยผ้าไทยเช่นกัน  และยังทรงสนับสนุนการใช้ผ้าไทยมาโดยตลอด  จนกระทั่งทรงคิดค้นชุดพระราชนิยมขึ้นเพื่อใช้เป็นชุดไทยออกงาน

ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมก็กลายเป็น เอกลักษณ์ทางการแต่งกายของชาติมาจนจวบทุกวันนี้ โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9นั้น  พระองค์ทรงมีพระราชดำริ เรื่อง การแต่งกายประจำชาติของสตรีไทย  เมื่อคราวเสด็จฯ เยือนประเทศเพื่อนบ้านเป็นครั้งแรก  ในกาลนั้นเรายังไม่มีชุดไทยที่เป็นชุดประจำชาติ  มีเพียงชุดไทยที่ใส่กันตามความนิยมเท่านั้น

ชุดไทยพระราชนิยมจึงถือกำเนิดขึ้นเนื่องจากสิ่งนี้  และมีรูปแบบของชุดที่หลากหลาย  ได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น  ชุดไทยจิตรลดา  ชุดไทยอมรินทร์  ชุดไทยบรมพิมาน  ชุดไทยดุสิต    ชุดไทยจักรี  ชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ

แต่งตัวสวยอย่างรู้กาลเทศะเพื่อไปร่วมงานบวช

 แต่งตัวสวยอย่างรู้กาลเทศะเพื่อไปร่วมงานบวช

 

เมื่อต้องไปร่วมงานบุญที่วัด โดยเฉพาะงานบวชซึ่งเป็นงานบุญที่ทุกคนไปร่วมงานต่างทำในสิ่งดี ๆ  และต้องเข้าร่วมทำพิธีในวัด แถบในงานยังมีผู้ใหญ่มาร่วมงานมากหมาย สำคัญมาก ๆ ที่สาว ๆ จะต้องพิถีพิถันเลือกแต่งตัวไปงานบวชให้สวยงาม  มิดชิด เรียบร้อย  ไม่สั่นจนเกินไป ไม่โป๊ ถูกกาละเทศะ เป็นที่ถูกตาต้องใจของผู้ใหญ่  เรียกได้ว่าแต่วตัวสวยอย่างรู้กาลเทศะ วันนี้เรามีข้อแนะนำดี ๆ ในการเลือกแต่งตัวไปงานบวชกลางวันมาช่วยให้สาว ๆ เลือกและตัวสินใจในการแต่งตัวได้ให้เหมาะสมมาฝาก

การแต่งตัวไปงานบวชกลางวัน ควรเลือกความยาวของชุดให้เหมาะสม ไม่รุ่มล่าม เกะกะ  ควรพอให้สะดวกในการก้ม เงย ลุก นั่งภายในงาน เสื้อจะเป็นแขนยาว แขวสั้น หรือเสื้อแขนกุดก็ได้  แต่แขนเสื้อไม่ควรเว้าลึก  หากเป็นเสื้อสายเดี่ยวไม่ควรลืมเสื้อคลุมใส่ทับ และต้องคำนึงถึงโทนสีด้วย งานมงคลควรเลือกใช้เสื้อผ้าสีโทนอ่อน ๆ  ลุมุน สบายตา  สื่อถึงความสงบได้ดี  สีมืดดูจะไม่ค่อยเหมาะสม สีชมพูโทนอ่อนแบบหวาน ๆ

สีฟ้าอ่อนดูสบายตา หรือจะเป็นสีขาวเรียบร้อยแลดูเรียบร้อยสุด ๆ  หรือถ้าเป็นลูกไม้ขาว ก็ดูเก๋ ๆ  แบบผู้ดี๊ผู้ดี  สำหรับเนื้อผ้านั้นควรเป็นเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เมื่อมีเหงื่อทำให้แห้งได้เร็ว ผ้าฝ้ายนั้นระบายอากาศได้ดีสุด ๆ  สำหรับเสื้อลูกไม้นั้นสวมใส่ได้สวยงามกับงานบุญนี้ แต่ควรสวมซับในด้วยเพื่อให้ดูเหมาะสมยิ่งขึ้น